หน้าเว็บ

ค้นหาบล็อกนี้

วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553

BKK AUTO SERVICE LPG & NGV: ติดแก๊สแล้วต้องเติมน้ำมันเท่่าไหร่ดี

BKK AUTO SERVICE LPG & NGV: ติดแก๊สแล้วต้องเติมน้ำมันเท่่าไหร่ดี: "หลายๆท่านคงยังไม่ทราบว่ารถใช้แก๊สควรจะต้องเติมน้ำมันไว้ในถังในปริมาณเท่าไหร่จึงจะดีบางท่านอาจคิดว่าใช้แก๊สแล้วไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันแล้ว นั่..."

ECU ยี่ห้อ SEC

27 กันยายน 2552 นภัทรเจริญยนต์ ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย ได้เปิดตัวหัวฉีด SEC อย่างเป็นทางการ หลังจาก นำออกจำหน่ายและติดตั้ง กับ อู่ดีเลอร์มาระยะหนึ่งแล้ว วันนี้ถือว่าเป็นการเปิดตัวเพื่อแนะนำหัวฉีดอย่างเป็นทางการ พร้อมอบรมการติดตั้ง การ SETUP โปรแกรม และแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ของช่าง และ วิศวกรผู้ผลิตที่เดินทางมาจากโปรแลนด์ นับเป็นหัวฉีดราคาไม่แพงที่สามารถเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสตัดสิน ใจ ในการเลือกใช้กับรถยนต์ของเราอีกทางครับ
ที่มา www.yonsawad.com


SEC (Sequential Gas Injection System) กล่อง ECU อัจฉริยะ ที่สามารถรองรับรถยนต์ได้ทุกรุ่น
ถ้าจะมองหาชุด Kit คุณภาพดี มาตรฐานยุโรป ในราคาย่อมเยาว์ ขอแนะนำ SEC กล่องECU ซึ่งเป็นชุดอุปกรณ์นำเข้าจากประเทศอิตาลี
เป็นการพัฒนากล่อง ECU ที่มีความเหมาะสำหรับรถยนต์ในประเทศไทย และมีฟังก์ชั่นที่สามารถใช้ได้ดีกับรถยนต์ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ สามารถรองรับเครื่องยนต์ขนาด 1,300 CC ไปจนถึง 4,000 CC
เป็นกล่อง ECU ที่มีฟังก์ชั่นในส่วนของการปรับจูน มากถึง 5 รูปแบบ ทำให้สามารถรองรับการติดตั้งจากช่างได้ทุกรูปแบบ ตั้งแต่ช่างมือใหม่ ไปจนถึง ระดับเซียน สามารถใช้ OBD ได้ ฟังชั่นการติดตั้งมีดังนี้
1. แบบง่ายๆ
2. แบบเชิงเส้น
3. แบบตาราง
4. แบบ OBD
5. แบบ Maping
“ระบบโอบีดีมีข้อดีตรงที่สามารถอ่านข้อผิดพลาดได้ทั้งในส่วนของกล่องแก๊ส และกล่องรถยนต์ ถ้าติดชุดหัวฉีดยี่ห้ออื่นแล้วเกิดปัญหา ขับไปแล้วรถดับ โดยส่วนมากมักจะไม่มีอะไรฟ้องขึ้นมาว่ารถดับเพราะอะไร แต่ถ้าเป็น “SEC” จะมีข้อบ่งชี้อยู่ในโปรแกรม ถ้าหากขับรถกลับมาให้ช่างซ่อม ช่างสามารถใช้คอมพิวเตอร์เสียบเปิดโปรแกรมออกมาดูได้ทันทีว่าที่รถดับหรือตีกลับเป็นน้ำมันนั้นเกิดจากสาเหตุอะไร”
ข้อดีของระบบโอบีดีในยี่ห้อ “SEC” คือ เมื่อไหร่ที่รถมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการตีกลับเป็นน้ำมัน หรือรถดับนั้น ระบบโอบีดีจะสามารถอ่านข้อผิดพลาดในส่วนของกล่องแก๊สได้ซึ่งจะมีข้อบ่งชี้อยู่ในโปรแกรม ช่างจะสามารถตรวจสอบได้ทันทีโดยใช้คอมพิวเตอร์เสียบเชื่อมต่อและเปิดดูในโปรแกรม ตัวโปรแกรมจะฟ้องทันทีว่าสาเหตุนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากอะไร อีกหนึ่งความสามารถของ SEC คือ ช่างสามารถเลือกฟังก์ชั่นการชดเชยการจ่ายแก๊สได้ เช่น รถยี่ห้อ Honda รุ่น CRV ที่ต้องวางสายหัวฉีดไม่เท่ากัน สายหัวฉีดสูบ 1 กับ 4 จำเป็นต้องยาว ส่วน สูบ 2 กับ 3 จำเป็นต้องสั้น นั้นก็สามารถชดเชยแก๊สให้กับสูบ 1 กับ 4 ให้มากขึ้น เพื่อให้เท่ากับ สูบ 2 กับสูบ 3 นั่นเอง


อีกหนึ่งความสามารถของ SEC ที่สามารถทำให้อู่หลายๆอู่จบงานการติดตั้งแก๊สได้มาก คือ การชดเชยการจ่ายแก๊สตามอุณหภูมิแก๊ส โดยการวัดอุณหภูมิแก๊ส และหม้อต้ม ในขณะจูนจะต้องตั้งค่าต้นว่ามีอุณหภูมิเท่าไหร่ สัญญาณจะจับการจ่ายแก๊สให้ชดเชยการจ่ายตามอุณหภูมิ ไม่ให้เกิดปัญหาเครื่องร้อนแล้วสะดุด ด้วยการกำหนดเรนจ์การจ่ายแก๊สให้ครอบคลุมตั้งแต่อุณหภูมิเย็นไปถึงร้อน ซึ่งความสารมรถนี้จะมีชุดหัวฉีดบางยี่ห้อเท่านั้นที่จะมีฟังก์ชั่นนี้ให้เลือกใช้ได้


สำหรับปัญหาในรถยุโรป เช่น BMW และ AUDI ที่มีปัญหาในเรื่องของสัญญาณรบกวน ปัญหาเครื่องยนต์สะดุดเมื่อใช้แก๊สเพราะแก๊สท่วม เนื่องจากเวลาเหยียบคันเร่งจะเป็นในลักษณะการฉีดนำนั่นเอง ปัญหานี้แก้ไขโดยการใช้ฟังชั่นในส่วนของการกรองสัญญาณหัวฉีดให้มีการจ่ายแก๊สเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

ข้อดี-ข้อเสีย ของระบบดูด และ ระบบหัวฉีด

ระบบ Fix Mixer คือ การยิงแก๊สแบบคาร์บูเรเตอร์ไปให้เครื่องยนต์ โดยจ่ายแก๊สแบบตายตัว ... จะจ่ายบาง จ่ายหนา ก็แล้วแต่เราจูนตั้งไว้ จะวิ่งช้าวิ่งเร็วมันก็จ่ายแก๊สตามที่เราตั้งไว้
ระบบหัวฉีด Injection คือ การยิงแก๊สแบบหัวฉีด 4 หัว 6 หัว หรือ 8 หัว แล้วแต่ว่าเครื่องยนต์เรามีกี่สูบ เข้าทางท่อไอดีแต่ละท่อ โดยควบคุมโดยกล่อง ECU ของแก๊ส และ จูนด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์
ซึ่งหัวฉีดแก๊ส ก็ยังแบ่งได้อีก 2 แบบคือ หัวฉีดแบบราง (Rail Injection) กัว หัวฉีดแบบอิสระ (Individual Injection)
ข้อดีของ Fix Mix
1. ราคาในการติดตั้งถูก คุ้มทุนเร็ว
2. สามารถปรับจูนแต่งได้เอง
3. สามารถถอดการติดตั้งออกได้ง่าย
ข้อเสียของ Fix Mix
1. อาจเกิดการชิงจุดระเบิดก่อน (Back Fire) ถ้าจูนแก๊สบางเกินไป ทำให้กรองอากาศ แอร์โฟร์ หรือ ท่อไอดีเสียหายได้
2. อาจเกิดกลิ่นแก๊สจากการเผาไหม้ไม่หมด ถ้าจูนหนาเกินไป
3. อาจจะกินแก๊สมากเกินไปถ้าจูนไว้หนา และอาจจะวิ่งสะอึกถ้าจูนไว้บาง
ข้อดีของระบบหัวฉีด
1. จ่ายแก๊สได้แม่นยำ เพราะจูนและปรับแต่งด้วยคอมพิวเตอร์
2. ไม่เกิดการ Back Fire
ข้อเสียของหัวฉีด
1. มีราคาในการติดตั้งค้อนข้างสูง
2. ถอดการติดตั้งออกยาก

ข้อดีของ LPG

1.เป็นเชื้อเพลิงปิโตเลียมที่นำมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง มีการเผาไหม้สมบูรณ์
2. ลดการสร้างก๊าซเรียนกระจำ ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน
3. มีความปลอดภัยสูงในการใช้งาน เนื่องจากเบากว่าอากาศ จึงลอยขึ้นเมื่อเกิดการรั่ว
4. มีราคาถูกกว่าเชื้อเพลิงปิโตเลียมอื่นๆ
5. สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม ช่วยขับเคลื่อนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ
6. ก๊าซธรรมชาติส่วนใหญ่ที่ใช้ในประเทศไทยผลิตได้เองในประเทศจึงช่วยลดการนำ้เข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ

ขั้นตอนการยื่นเรื่อง

1. เขียนใบคำร้องขอเปลี่ยนแปลงสภาพรถ ติ๊กหน้าช่องเชื้อเพลิง แล้วเขียนเปลี่ยนจากน้ำมันเป็นก๊าซ ในส่วนท้ายคำร้อง เขียนรายการเอกสารที่ยื่น (ให้เขียนเฉพาะที่ขนส่งต้องเก็บไว้ ดังนั้น ข้อ 6 กับ 12 ไม่ต้องเขียน)
2. เขียนเสร็จให้ขับรถไปบริเวณพื้นที่ตรวจสภาพรถก่อน เอาใบคำร้องพร้อมเอกสารทั้งหมดที่ยื่นให้ จนท.ผู้ตรวจสภาพรถดู จนท.จะเตรียมแบบฟอร์มในส่วนของเค้าแปะหน้าเอกสารของเราแล้วทำการตรวจสภาพ ทั่วไป ได้แก่ ตรวจการติดตั้งอุปกรณ์ก๊าซในห้องเครื่อง ขูดหมายเลขตัวถังรถ ขูดหมายเลขถังแก๊ส และชั่งน้ำหนักรถใหม่ หากไม่มีปัญหาใดๆ จนท.ผู้ตรวจจะเอาแถบกระดาษกาวที่ขูดหมายเลขตัวถังรถกับถังแก๊สไปแปะในแบบ ฟอร์มของเค้าแล้วเขียนผลการตรวจ เสร็จแล้ว จนท.จะคืนเอกสารให้เราไปยืนที่ช่องตรวจสภาพรถยนตร์
3. ไปช่องตรวจสภาพรถยนตร์ ยื่นเอกสารให้ จนท. ทำการแก้ข้อมูลทะเบียนรถในคอมพิวเตอร์ตามที่ จนท.ผู้ตรวจสภาพเขียนมา เสร็จแล้ว จนท.จะคืนเอกสารให้เราไปช่องรับเรื่องขอเปลี่ยนแปลงสภาพรถยนตร์
4. ไปช่องรับเรื่องขอเปลี่ยนแปลงสภาพรถยนตร์ จนท.จะแก้ไขข้อมูลในสมุดใบคู่มือจดทะเบียนรถ และให้ผู้ยื่นเรื่องชำระค่าดำเนินการตามนี้
- หน้ารายการจดทะเบียน ในช่องเชื้อเพลิงขีดฆ่าคำว่าเบนซิน แล้วเขียนใหม่เป็น LPG เขียนหมายเลขถังแก๊สเพิ่ม แล้วเขียนน้ำหนักที่ชั่งใหม่ (ขีดฆ่าของเดิม) มีลายเซนต์นายทะเบียนขนส่งกำกับ
- หน้ารายการบันทึกของเจ้าหน้าที่ บันทึกวัน เดือน ปี ที่ขอเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิง พร้อมเลขที่ใบเสร็จรับเงินค่าดำเนินการ มีลายเซ็นนายทะเบียนขนส่งกำกับ
- ชำระค่าดำเนินการ ได้แก่ ค่าคำขอ 5 บาท ค่าขอแก้ไขเพิ่มเติมรายการในทะเบียนและใบคู่มือจดทะเบียน (ใช้ก๊าซ) 50 บาท และค่าตรวจสภาพรถ 50 บาท รวมทั้งสิ้น 105 บาท
5. รอรับสมุดใบคู่มือจดทะเบียนรถคืนพร้อมใบเสร็จรับเงินค่าดำเนินการ อย่าลืมขอบัตร "รถใช้ก๊าซ" ตามข้อ 6 คืนด้วย

ป.ล. ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นประสบการณ์ส่วนตัวเฉพาะ สนง.ขนส่งที่ไปยื่นเรื่อง โปรดอย่านำไปอ้างอิงว่าขนส่งทุกที่ต้องเหมือนกันนะครับ เท่าที่ทราบบางที่ยังไม่เคยมีเจ้าของรถไปยื่นเรื่อง จนท.เลยไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการรับเรื่องเปลี่ยนเชื้อเพลิงจากน้ำมัน เป็นก๊าซ

ติดแก๊สแล้วต้องเติมน้ำมันเท่่าไหร่ดี

หลายๆท่านคงยังไม่ทราบว่ารถใช้แก๊สควรจะต้องเติมน้ำมันไว้ในถังในปริมาณเท่าไหร่จึงจะดีบางท่านอาจคิดว่าใช้แก๊สแล้วไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันแล้ว นั่นเป็นความคิดที่ผิดๆ จริงๆแล้วเราควรเติมน้ำมันไว้ในถังบ้างเล็กน้อย สัดส่วนที่แนะนำคือ 1/4 ของถัง ถึงแม้ว่าเราจะไม่ค่อยได้ใช้น้ำมันในการขับเคลื่อนแล้วก็ตาม เพื่อเป็นการรักษาเครื่องยนต์ไปในตัวด้วยก็ไม่ควรละเลย

น้ำมันที่แนะนำให้เิติมคือเบนซิน 95 หรือ 91 ธรรมดา เนื่องจากเราเติมในปริมาณที่น้อยอยู่แล้วคงไม่ต้องไปคำนึงถึงราคาของน้ำมันที่ต่างกันเพียงลิตรละไม่กี่บาท สำหรับท่านที่ไม่ค่อยได้เติมน้ำมัน หรือปล่อยให้น้ำมันแห้งถังบ่อยๆ หากไม่ได้ตัดปั๊มติ๊กน้ำมันไว้ ในขณะที่เราใช้แก๊สอยู่นั้น ปั้มติ๊กน้ำมันจะยังคงทำงานอยู่ตลอดเวลา จนทำให้เกิดความร้อนซึ่งทำให้ปั๊มติ๊กไหม้ได้ หากในถังมีน้ำมันมีออกซิเจนไม่เพียงพอก็จะไม่ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ แต่ถ้าหากมีการเกิดการรั่วไหลหรือหากมีออกซิเจนผ่านเข้าไปในถังมาก ก็มีโอกาสที่จะทำให้เกิดการลุกไหม้ได้ อีกประการหนึ่ง การไม่เติมน้ำมันทิ้งไว้ในถังเลย จะเิติมก็ต่อเมื่อแก๊สหมดแล้วตัดเป็นน้ำมันแล้วค่อยเติมน้ำมันอีกที การกระทำแบบนี้จะทำให้ท่านต้องเสียเงินสองต่อ นั่นคือเสียเงินซ่อมระบบน้ำมันใหม่ และ เสียเงินซ่อมระบบแก๊ส ด้วย ทางที่ดีควรเิติมไว้และปรับมาใช้งานน้ำมันบ้าง เพื่อเป็นการรักษาเครื่องยนต์ หัวฉีด และทำให้รถคู่ใจมีอายุการใช้งานอยู่กับเราไปนานๆ ไม่ต้องคอยเข้าอู่เพื่อซ่อมบำรุงอยู่บ่อยๆ อีกด้วย

วิเคราะห์ LPG กับ NGV

เท่าที่รู้กันเป็นอย่างดีว่าทุกวันนี้รถติดตั้งก๊าซ NGV ยังคงมีปัญหามากเหลือเกิน ทั้งเรื่องราคาค่าติดตั้งที่สูงมากมายโดยที่อุปกรณ์ก็ไม่ต่างจาก LPG มากนัก ยกเว้นถังที่หนักถึง 100 กิโลกรัม ทั้งเรื่องปั๊มที่หาเติมยาก และยังมีเรื่องการเติมก๊าซที่ช้ามากกกกกกกกกกกก เพราะถูกเก็บอยู่ในรูปของก๊าซทำให้ต้องใช้แรงดันในการเติมสูงมากๆ ต่างกับ LPG ซึ่งเป็นของเหลวเติมง่ายและเร็วกว่ากันเยอะ และยังตบท้ายด้วยก๊าซหมดเร็วอีก ทั้งๆที่ถังก็มีความจุก๊าซเท่าๆ LPG
แต่อนาคตของ LPG ก็ใช่ว่าจะสดใสนัก เพราะทางรัฐบาลก็พยายามผลักดันให้ภาคการขนส่งไปใช้เชื้อเพลิงทางเลือกที่ เป็น NGV มากกว่า โดยขณะนี้ก็ได้มีการเร่งขยายปั๊ม NGV ให้มีมากขึ้นตามลำดับ รวมไปถึงการยกเลิกการตรึงราคาก๊าซ และคาดว่าหลังจากนี้ประมาณ 4-6 เดือน เมื่อทาง ปตท. ขยายเพิ่มจำนวนปั๊มแก๊ส NGV ไปถึงระดับนึงแล้วก็จะมีการลอยตัว LPG ภาคการขนส่งอย่างแน่นอน (ในครัวเรือนก็รอดตัวไป) ก็ต้องยอมรับว่า LPG มันก็เป็นสิ่งที่ได้จากการกลั่นน้ำมันอยู่ดี (วัตถุดิบก็ยังเป็นน้ำมันอยู่ดี)
ขณะนี้ทางกระทรวงพลังงานและ ปตท. มีความพยายามที่จะเปลี่ยนรูป NGV ที่เป็นแก๊สให้อยู่ในรูปของของเหลว (แบบ LPG) และจะเรียกว่า LNG ซึ่งจะทำให้สะดวกและรวดเร็วขึ้นในการใช้งานภาคขนส่งจริงในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น
1. การเติมก๊าซที่เร็วเท่าๆกับน้ำมันและ LPG
2. ปริมาณ เนื่องจากเก็บให้อยู่ในรูปของของเหลวซึ่งจะลดขนาดของโมเลกุลก๊าซให้ลดลงได้ ถึง 6 เท่า ถ้าลองคิดในมุมกลับกันก็คือถังบรรจุขนาดเดิม แต่วิ่งได้ไกลกว่าเดิมถึง 6 เท่า ก็จะทำให้การเติมแก๊สเต็มถัง 1 ครั้ง จะทำให้รถวิ่งได้ไกลกว่า LPG ซะอีก
3. น้ำหนักถัง LNG จะลดน้ำหนักของถังได้จนเหลือพอๆกับ LPG เลย เพราะไม่ต้องทนรับแรงดันที่สูงมากๆอีกแล้ว
4. เพิ่มจำนวนปั๊ม NGV ให้เป็น 750 แห่งทั่วประเทศใน 3 ปี